เลือกผ้าสำหรับตัดชุดฟอร์มอย่างไรให้เหมาะกับงานจริง

ให้เริ่มจากสภาพการใช้งาน: ใส่ในห้องแอร์ ทำงานกลางแดด หรือทำงานช่างที่ผ้าต้องรับการเสียดสี จากนั้นจึงเลือกส่วนผสมเส้นใย ความหนา (GSM) และโครงสร้างผ้า สำหรับอากาศร้อนชื้นแบบไทย ผ้าที่มีคอตตอนเป็นส่วนผสมหลักมักใส่สบายกว่า ส่วนชุดที่ต้องซักเกือบทุกวัน ผ้าผสมโพลีเอสเตอร์อย่าง TC จะทนกว่าและยับน้อยกว่า

ส่วนผสมเส้นใย: คอตตอน โพลีเอสเตอร์ หรือผ้าผสม

คอตตอน 100% ซับเหงื่อได้ดีและนุ่มผิว แต่แลกมาด้วยการยับง่ายและหดตัวหลังซักครั้งแรก ถ้าโรงงานผ้าไม่ได้ผ่านกระบวนการกันหด ควรเผื่อไซซ์ไว้ ความละเอียดของเส้นด้ายบอกด้วยเบอร์ เช่น คอตตอน No.20 จะหนาและแข็งกว่า No.32 ซึ่งเนื้อเนียนและบางกว่า

โพลีเอสเตอร์ล้วนแห้งเร็ว สีไม่ซีดง่าย และคงรูปดี จึงนิยมใช้กับเสื้อกีฬา แต่ในงานที่อยู่ใกล้เปลวไฟหรือความร้อนสูง เช่น ครัวร้อนหรืองานเชื่อม ใยสังเคราะห์อาจละลายติดผิวได้ งานแบบนี้ควรใช้คอตตอนหรือผ้าที่ผ่านการเคลือบกันไฟโดยเฉพาะ

ผ้าผสมคือทางสายกลาง ผ้า TC ใช้โพลีเอสเตอร์เป็นหลัก ส่วน CVC ใช้คอตตอนเป็นหลัก ในทางปฏิบัติ บริษัทส่วนใหญ่เลือก CVC หรือ TC สำหรับ เสื้อโปโล พนักงาน เพราะสมดุลระหว่างความสบายกับความทนได้ดีกว่าคอตตอนล้วน

ตารางเปรียบเทียบผ้าที่นิยมใช้ทำชุดฟอร์ม

ชนิดผ้า ส่วนผสมโดยทั่วไป ความหนาโดยประมาณ (GSM)* เหมาะกับ ข้อจำกัด
คอตตอน 100% ฝ้าย 100% 150–200 เสื้อยืดพนักงาน เสื้องานอีเวนต์ ยับง่าย หดได้ สีซีดเร็วเมื่อซักบ่อย
TC โพลีเอสเตอร์ 65% / ฝ้าย 35% 160–200 ชุดฟอร์มที่ซักทุกวัน งานบริการ ระบายอากาศน้อยกว่าคอตตอน
CVC ฝ้ายประมาณ 60% / โพลีเอสเตอร์ประมาณ 40% 160–200 เสื้อบริษัท งานออฟฟิศ ราคาสูงกว่า TC
ผ้าจูติ (ปิเก้ ลายรังผึ้ง) มีทั้งแบบคอตตอน TC และ CVC 180–240 เสื้อโปโล หนักกว่าผ้าเสื้อยืดทั่วไป
ไมโครโพลีเอสเตอร์ โพลีเอสเตอร์ 100% 120–160 เสื้อกีฬา กิจกรรมกลางแจ้ง เก็บกลิ่นได้ ไม่ทนความร้อนสูง
ผ้าเวสปอยท์ (ทวิล) ฝ้าย 100% หรือ TC 200–300 ชุดช่าง ผ้ากันเปื้อน ร้อนเมื่อใส่กลางแดดนาน
ผ้าร่ม ไนลอนหรือโพลีเอสเตอร์ทอแน่น ประมาณ 60–100 แจ็คเก็ตกันลม ไม่ระบายอากาศ

*ค่า GSM เป็นช่วงอ้างอิงโดยประมาณ ผ้าแต่ละล็อตและแต่ละโรงงานอาจต่างกัน ควรขอดูผ้าตัวอย่างจริงก่อนสั่งผลิต

เลือกผ้าตามประเภทชุดฟอร์ม

เสื้อยืดใช้ผ้าถักแบบซิงเกิลเจอร์ซีย์ ส่วนโปโลใช้ผ้าจูติที่มีเนื้อเป็นลายตาราง ผ้าชนิดนี้ไม่แนบลำตัวจึงดูเรียบร้อยกว่า ปกเสื้อโปโลมักตัดจากผ้าริบ ควรเลือกโทนเดียวกับตัวเสื้อที่ผ่านการย้อมพร้อมกัน ไม่เช่นนั้นสีอาจเพี้ยนหลังซักไปไม่กี่ครั้ง

ชุดช่างและผ้ากันเปื้อนต้องรับแรงเสียดสีและคราบน้ำมัน ผ้าทอเนื้อแน่นอย่างเวสปอยท์หรือแคนวาสจึงเหมาะกว่าผ้าถัก สำหรับแจ็คเก็ต ผ้าชั้นนอกมักเป็นผ้าร่มหรือไมโครพีช ส่วนซับในเป็นผ้าตาข่ายหรือผ้าสำลีตามอุณหภูมิที่ใช้งาน รายละเอียดเรื่องการเลือกผ้าและสีสำหรับ เสื้อแจ็คเก็ตสำเร็จรูป อ่านเพิ่มเติมได้บนเว็บไซต์

การเลือกผ้าทำชุดฟอร์มขึ้นอยู่กับอะไร

  • สภาพแวดล้อมการทำงาน — ห้องแอร์ใช้ผ้าบางและเนียนได้ งานกลางแจ้งต้องการผ้าที่ระบายเหงื่อหรือแห้งเร็ว
  • ความถี่ในการซัก — ถ้าซักทุกวัน ผ้า TC หรือ CVC รักษาสีและทรงได้นานกว่าคอตตอนล้วน
  • ความเสี่ยงจากความร้อน — ใกล้ไฟหรือเตา หลีกเลี่ยงใยสังเคราะห์ล้วน
  • วิธีตกแต่งโลโก้ — ปักบนผ้าบางมากอาจทำให้ผ้าย่น ผ้าจูติหรือเวสปอยท์รองรับงานปักได้ดีกว่า ส่วนการสกรีนบนผ้าโพลีเอสเตอร์ต้องใช้หมึกที่เข้ากับเส้นใย ขั้นตอนตั้งแต่เลือกผ้า ตัดเย็บ จนถึงปักโลโก้ เสื้อแจ็คเก็ต มีอธิบายไว้บนเว็บไซต์ของโรงงานผลิตชุดฟอร์ม
  • ความคงทนของสี — สีเข้มบนคอตตอนมักซีดเร็วกว่าบนผ้าผสม ยกเว้นผ้าที่ย้อมแบบท็อปดายหรือผ่านการตรึงสีมาอย่างดี
  • งบประมาณต่อชิ้น — TC มักถูกกว่า CVC และคอตตอน 100% แต่ถ้าพนักงานรู้สึกร้อนจนไม่อยากใส่ ความคุ้มก็หายไป